รากแก้วแห่งปัญญา ตอน ถนนสายอัญมณีไทย

อัญมณีไทยเป็นสินค้า 1 ใน 10 อันดับที่มีการส่งออกมากของไทย ทำรายได้อย่างมากให้ประเทศ ไทยมีแรงงานฝีมือ ที่ปราณีตและละเอียดอ่อน ช่างไทยได้มีการฝึกฝน ลองผิดลองถูก ด้วยตัวเองมาอย่างยาวนาน และมีเหมืองแร่พลอย ส่งผลให้ไทยเป็นศูนย์กลางค้าพลอยสีแห่งหนึ่งของโลก การหุงพลอยเป็นภูมิปัญญาที่ชาวบ้านคิดค้นขึ้น ทำให้พลอยมีสีสวยงามไม่เหมือนใคร จนเป็นที่ยอมรับ วิธีการนี้จะถ่ายทอดเฉพาะในครอบครัว ทำให้ปัจจุบันความรู้เหล่านี้จึงมีน้อยคนที่จะรู้ ปัญหาอีกอย่าง คือ เราไม่มีตราสินค้า เมื่อเรารับจ้างผลิตให้กับต่างชาติเขาจะนำไปตีตราของเขาจึงไม่มีใครรู้ว่าเป็นอัญมณีที่ผลิตจากไทย นักวิจัยไทยได้มีการศึกษารูปแบบอัญมณีทั่วโลกในรอบ 10 ปี ที่เป็นที่นิยมจะได้ทราบความต้องการของตลาดโลก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้มีการบันทึกและทำเป็นฐานข้อมูลเผยแพร่แก่ผู้ผลิตของไทยเท่านั้น และมีการศึกษาเพื่อประยุกต์ความเป็นไทยมาใช้ในการออกแบบเครื่องประดับ สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะ เพื่อสร้างแบรนด์ ลายที่นำมาใช้ เช่น ลายประจำยาม หน้าจั่ววัด แม้ปัจจุบันพลอยในไทยจะเหลือน้อยมาก แต่ได้มีการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ ซึ่งแหล่งที่นิยม คือ ที่เกาะมาดากัสกา เพราะมีพลอยที่หลากหลายและยังมีจำนวนมาก ดังนั้นสิ่งนี้ไม่เป็นอุปสรรคต่อวงการอัญมณีไทยเพราะเรามีฝีมือที่เป็นที่ยอมรับ เป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องประดับแห่งหนึ่งที่รอภาครัฐหันมาสนใจและสนับสนุนมากขึ้น

Read more...

รากแก้วแห่งปัญญา ตอน ตามรอยชะนีที่เขาใหญ่

ชะนีเป็นสัตว์ที่มีระบบสังคมที่ซับซ้อน มีพฤติกรรมหลายอย่างใกล้เคียงมนุษย์ เดิน 2 เท้า อยู่เป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ผัวเดียวเมียเดียว ชะนีอยู่ในตระกูลลิงเอป ลิงไม่มีหาง มีอายุเฉลี่ย 40-50 ปี มีแถบหน้าที่ยาวจึงสามารถโหนตัวบนกิ่งไม้ได้อย่างคลองแคล่ว อาศัยบนต้นไม้ที่หนาทึบเพื่อกำบังตัว กินพืชและแมลง มีถิ่นอาศัยในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันไทยมีชะนีจำนวนน้อยลงเพราะถูกล่าเพื่อการค้าและเพื่อไปเลี้ยง ไทยเหลือชะนีอยู่เพียง 3 ชนิด การร้องของชะนีเพื่อหาคู่และเพื่อบอกอาณาเขต ดังนั้นชะนีจะมีเสียงร้องที่แตกต่างกัน การขยายพันธุ์เมื่อชะนีตัวผู้โตเต็มวัยจะแสวงหากลุ่มใหม่เพื่อสร้างครอบครัวเป็น ชะนีจะออกลูกเพียงแค่ 1 ตัวทุก 3 ปี แต่ชะนีถูกนำไปเลี้ยงในกรงจะมีปัญหาการขยายพันธ์ นักวิจัยได้มีการศึกษาพันธุ์พืชที่ชะนีใช้ประโยชน์ ซึ่งมีความหลากหลายและมีเถาวัลย์ที่ชะนี้กินบางชนิดมีสารที่น่าจะสามารถนำมาใช้ในรักษาโรคร้าย การที่ชะนีกินพืชหลากหลายเมื่อถ่ายออกมา หากอยู่ในที่เหมาะสมก็จะเติบโตเป็นพืช เป็นกระจายพืชพันธุ์ไปทั่วทั้งป่า และด้วงมูลสัตว์ในป่าก็มีบทบาทที่ช่วยกระจายเมล็ดพืชจากมูลของชะนี เพราะด้วงจะนำมูลชะนีเคลื่อนย้ายไปด้วยและจะมีการฝังมูลไว้ทำให้สามารถเติบโตเป็นพืชต่อไปได้ ทุกวันนี้ได้มีการรณรงค์ไม่ให้เอาสัตว์ป่ามาเลี้ยงเพื่อความสุขและเพื่อประโยชน์ของตน สัตว์เหล่านี้ต้องการอิสระและความสุข หากทึกคนตระหนัก ชีสิตสัตว์ป่าก็จะปลอดภัย

Read more...

รากแก้วแห่งปัญญา ตอน ความลับของจุลินทรีย์

ครั้งหนึ่งผลิตภัณฑ์ปรุงรสของไทยถูกพบว่ามีการปนเปื้อนสารก่อมะเร็งเกินปริมาณที่กำหนด ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีการส่งออกถึง3พันล้านบาทต่อปี หากถูกต่างประเทศห้ามนำเข้าจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจ จึงได้มีการค้นหาว่ามีสาเหตุมาจากสิ่งใด จนพบว่าผลิตภัณฑ์ปรุงรสใช้ถั่วเหลืองเป็นตัวตั้งต้นและในการย่อยถั่วเหลืองนี้ใช้กรดเกลือที่มีฤทธิ์สูง แต่ในทางกลับกันซี้อิ๊วที่ใช้ถั่วเหลืองเป็นสารตั้งต้นกลับมาการย่อยโดยวิธีธรรมชาติ นักวิจัยและผู้ผลิตจึงได้พยายามพัฒนากระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ดีต่อสุขภาพและมีต้นแบบจากการทำซีอิ๊ว นำจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มาใช้ในกระบวนการย่อยถั่วเหลือง การทำซี๊อิ้วที่เริ่มต้นนำถั่วเหลืองมาคลุกกับแป้งและตั้งทิ้งไว้ให้เกิดเชื้อราที่จะผลิตเอนไซม์มาย่อยโปรตีนในถั่วเหลือง เรียกการย่อยโคจิ จากนั้นนำโคจิมาแช่ในน้ำเกลือทำให้เชื้อราตายแต่ยังมีเอนไซม์เหลืออยู่เพื่อย่อยถั่วเหลือง แต่ในสมัยก่อนการผลิตยังมีเทคโนโลยีที่ล้าหลังจึงทำให้เกิดการปนเปื้อนจากเชื้ออื่นได้ง่าย เช่น จากกระด้งใส่ถั่วเหลือง นักวิจัยจึงทดลองจนพบว่าเชื้อราที่ย่อยได้ดีที่สุดคือ เชื้อราแอสเพอจิรัสออไรเซ และเมือใส่เชื้อรานี้ลงไปในแป้งจะนำไปรักษาอุณหภูมิไว้ที 30 องศาเซลเซียสในระบบปิด และหมักในถังไฟเบอร์กลาสทำให้ไม่เกิดการปนเปื้อนจากเชื้ออื่น ผลจากการทดลองนี้จึงนำไปใช้อย่างแพร่หลายในการผลิตซีอิ๊วและผลิตภัณฑ์ปรุงรส เป็นผลดีต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค นอกจากนี้ยังใช้เชื้อราที่เป็นจุลินทรีย์มาใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืช มีการนำจุลินทรีย์มาวิจัยเพื่อรักษาโรคร้ายอีกด้วย และจากงานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปปรับใช้กับชุมชนได้อีกด้วย โดยได้มีการนำไปใช้กับเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลือง หากปีใดมีผลผลิตมากเกินความต้องการ ราคาตกต่ำ ชาวบ้านจะแปรรูปถั่วเหลืองมาเป็นเต้าเจี๊ยว และเพื่อป้องกันการปนเปื้อนนักวิจัยจึงได้สนับสนุนให้ชาวบ้านได้มีโอกาสได้มีการดูงานจากโรงงานผู้ผลิต เป็นการเชื่อมโยงงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติจริง เป็นการเรียนรู้ร่วมกันหลายฝ่าย ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง

 

Read more...

รากแก้วแห่งปัญญา ตอน การแพทย์ทางเลือก

การรักษาสุขภาพในบ้านเรามักจะเป็นแพทย์แผนใหม่ซึ่งจะเน้นการตั้งรับ คือ รอให้เจ็บป่วยก่อนจึงรักษา และบางครั้งค่าใช้จ่ายก็สูงมากจนไม่สามารถจ่ายไหว และระบบประกันสุขภาพของภาครัฐก็รองรับการรักษาในแบบแผนตะวันตก แม้แพทย์ตะวันตกจะมีการรักษาที่ได้ผล รักษาโดยใช้หลักทางวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีแต่ขณะเดียวกันก็อาจผลข้างเคียงจากเทคโนโลยีเหล่านี้และมีค่าใช้สูง นักวิจัยจึงคิดหาหนทางเลือกอื่นโดยการรวบรวมองค์ความรู้หมอเมืองขึ้น หวังให้เกิดการพัฒนาแพทย์ล้านนาและแพทย์แผนไทย มุ่งหวังให้มีการจัดการความรู้ให้เป็นระบบ เพื่อรักษาองค์ความรู้ดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา และได้เป็นทางเลือกให้แก่ประชาชน การแพทย์แผนไทยมุ่งรักษาคน มุ่งป้องกันการเกิดโรค เน้นพิธีกรรมบำบัดหรือใจบำบัด กายบำบัด สมุนไพรบำบัด การกินอาหารบำบัด และการประพฤติปฏิบัติตนตามสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่แพทย์แผนไทยนี้ได้เว้นวรรคขาดการพัฒนามานาน การร่วมกันฟื้นฟูต้องทำให้เป็นระบบ ให้มีการวิจัยพัฒนา สามารถตรวจสอบพิสูจน์ได้ มีความชัดเจน ร่วมสมัย และสืบสานต่อไปได้ องค์ความรู้เหล่านี้ ได้แก่ การนวดกดจุด การใช้สมุนไพร เป็นต้น แต่นอกจากการฟื้นฟูแล้วต้องมีการบริหารจัดการแหล่งทรัพยากร มีการทำทะเบียนสมุนไพร ถ้าชนิดใดมีน้อยจะปลูกเพิ่ม ชนิดใดขาดก็จะหาจากแหล่งอื่นมาเพาะพันธุ์ ด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นการจัดการอย่างยั่งยืน สิ่งต่อไปคือต้องให้เป็นที่ยอมรับให้สามารถเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาในวงกว้างและตามระบบประกันสุขภาพ

 

Read more...

รากแก้วแห่งปัญญา ตอน ก่อนน้ำมันจะหมดโลก

ในขณะที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตลดการผลิตน้ำมันลงสวนทางกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้น้ำมันราคาสูงขึ้น ทั่วโลกตองอยู่ในภาวะจำยอม ผู้ใช้รถต้องแบกน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไทยใช้น้ำมันถึงวันละ 6 แสนบาร์เรลต่อวัน แต่ถึงกระนั้นในอีก 20 ปีข้างหน้าเราก็ต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งในการแก้ปัญหาขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรองและกำลังคนของแต่ละประเทศ ไทยได้มีการค้นหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ ทำให้พบว่าเราสามารถผลิตน้ำมันเพื่อใช้ในประเทศแค่เพียง4.6 เท่านั้น แต่ต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการคมนาคม ผลิตไฟฟ้า การเกษตร และแม้แต่การดำเนินชีวิตประจำวัน นักวิจัยจึงพยายามหาแหล่งพลังงานอื่นที่เหมาะสมเพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น เช่น การใช้ถ่านหินซึ่งยังมีจำนวนมาก มีราคาถูก แต่จะทำให้เกิดปัญหาสารพิษ ต่อมานักวิจัยได้คิดค้นวิธีนำถ่านหินมาใช้เป็นเทคโนโลยีสะอาดได้สำเร็จแต่ต้องใช้เงินทุนสูงหากจะนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า การใช้พลังงานแสงอาทิตย์แต่วัสดุบางชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ นักวิจัยไทยจึงกำลังพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์มาใช้เอง การใช้แอลกฮอล์สกัดจากมันสัมปะหลังเพื่อนำไปใช้ผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซลได้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันและลดค่าออกเทนลงด้วย การใช้ชีวมวล สิ่งปฏิกูล มูล มาตากแห้งและกลั่นเป็นน้ำมัน เป็นต้น นอกจากนี้ปัจจุบันได้มีการรณรงค์การใช้น้ำมันอย่างรู้คุณค่า วิกฤตการณ์นำมันในอนาคตรุนแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับคนทุกคน

 

Read more...