พันแสงรุ้ง ตอน ร่องรอยมอญ

วัฒนธรรมมอญมีมาช้านาน เคยมีรัฐมอญอยู่ลุ่มแม่น้ำอิระวดี แม้ทุกวันนี้คนมอญจำนวนมากกลายเป็นชนชาติไร้แผ่นดิน แต่วัฒนธรรมมอญยังคงปรากฎอยู่ ถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง มีร่องรอยภาษามอญในยุคทวารดี อยู่ในศิลาจารึก เรียกอักษรปาลาวะ-ภาษามอญ มีกระจายอยู่ทั่วประเทศแพร่หลายไปพร้อมๆศาสนาพุทธ แต่ที่ยังรักษาอัตลักษณ์มากที่สุดอยู่แถบลุ่มแม่น้ำอิระวดี กลายเป็นอาณาจักรมอญที่รุ่งเรือง อาณาจักรมอญถูกรุกรานโดยพม่ากว่า 700 ปี บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงครามตลอดเวลา ต่อมามอญถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของพม่า จากสงครามที่ต่อเนื่องคนมอญจึงมีการอพยพเข้ามาในสยาม มีหลักฐานมากมายของคนมอญที่ปรากฎตามพื้นที่ต่างๆ มีเรื่องราวของชาวมอญในราชสำนัก เรียกได้ว่ามอญมีความเป็นมายาวนาน เป็นกลุ่มผู้คนที่แนบแน่นที่ทำให้สยามเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน ชุมชนคนคอน

เพราะภูมิประเทศแบบคาบสมุทรมีทั้งที่ราบ ภูเขา ทะเล ชายฝั่ง ทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชจึงอุดมไปด้วยทรัพยากรที่เป็นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิต แต่ชุมชนชาวสวนและชุมชนชาวเลในจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็มีกิจกรรมต่างๆและดูแลชุมชนร่วมกัน หลายชุมชนมีการรวมกลุ่มของคนในชุมชนอย่างความเข้มแข็ง รวมกันแก้ปัญหาในพื้นที่ เช่น ยากจน การเสื่อมโทรมของทรัพยากรชายฝั่ง การถูกรุกรานจากอวนดุนอวนลาก ภัยธรรมชาติ การสืบต่อความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในเรื่องสมุนไพร พืช ผลไม้ และการปลูกพืชแบบผสม แก้ปัญหาการใช้สารเคมีในการปลูก ด้วยการต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อ ร่วมกันอนุรักษ์จนทำให้ชุมชนเข้มแข็ง และสามารถเป็นชุมชนต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆเข้ามาศึกษาและดูงานได้

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน คนโคราช

คนไทยโคราช เป็นกลุ่มคนที่อยู่อาศัยหน้าแน่นที่สุดในจังหวัดนครราชสีมา มีสำเนียงภาษาและอัตลักษณ์เฉพาะตนที่เกิดจากการผสมผสานของหลากหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะในด้านสำเนียงภาษา คนโคราชใช้สำเนียงไทยกลาง-อีสาน ใช้คำศัพท์แบบไทยกลางแต่ยังสามารถดำรงรักษาลักษณะของอักษรสูงกลางต่ำและวรรณยุกต์ของไทยไว้ได้ ในอดีตคนไทยโคราชตั้งถิ่นฐานแถบแอ่งโคราชในพื้นที่ราบสูงโคราช มีการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในแอ่งโคราชมาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงทวารวดี เขมร อยุธยา และรัตนโกสินทร์ นครราชสีมาเป็นเมืองหน้าด่านที่เป็นแหล่งปะทะกันระหว่างวัฒนธรรมภาคกลาง อีสาน และเขมร ด้วยความหลากหลายนี้หลอมรวมเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวของคนไทย และยังดำรงอัตลักษณ์ของตนมาจนทุกวันนี้

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน ขับทุ้ม

การละเล่น เครื่องดนตรีและการขับร้องของกลุ่มชาติพันธ์ต่างๆ มีลักษณะพิเศษแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน การแสดงซึ่งไหวพริบ ปฏิกริยาระหว่างผู้ละเล่นและผู้ชม รวมถึงความรู้สึกในการรับฟังด้นสดซึ่งจะสนุกมาก ไม่ว่าจะการแสดง ขับลื้อ ขับซอ จ๊าดไต เพลงโคราช ลำตัด หรือขับทุ้ม กลุ่มคนลาวในจังหวัดเชียงรายมีการละเล่น ขับทุ้ม ได้มีการนำทำนองของขับทุ้ม เช่น เพลงสวรรค์บ้านนอก มาใส่เนื้อไทยจนเป็นที่รู้จักกันอย่างดี ลูกคู่เยอะยิ่งสนุก ใช้ซอ กลองเป๋นเครื่องดนตรี มีการตบมือให้จังหวะ จากเดิมขับทุ้มใช้ในการละเล่นในกลุ่มต่อมาได้รับการนิยมและเป็นที่ยอมรับจนนำมาแสดงบนเวที ในประเทศลาวสามารถพบเห็นได้ทั่วไปโดยเฉพาะทางภาคเหนือในงานบุญประเพณี การพบปะสังสรรค์ในวาระต่างๆ แต่ปัจจุบันกลุ่มผู้แสดงขับทุ้มในประเทศไทย มีอยู่ 2 คณะ ในจังหวัดเชียงราย เพราะวัยรุ่นยุคใหม่ไม่ได้เติบโตมาในบรรยากาศหนุ่มจีบสาว สาวจีบหนุ่มอีกแล้ว จึงหาคนสืบต่อได้ยากขึ้น แต่ต่อมาก็ได้มีความตระหนักถึงความสำคัญได้มีการส่งเสริมและปลูกฝังเด็กๆได้เข้ามาอนุรักษ์การละเล่นพื้นบ้านนี้มากขึ้น

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน ปัตตานี ประวัติศาสตร์และเรื่องเล่า

อาณาจักรปัตตานีเป็นเมืองท่าค้าขายกับนานาชาติ เป็นชนเชื้อชาติมลายู ปกครองด้วยราชวงศ์สีวังสาต่อเนื่องมาหลายพระองค์ โดยพญาตู่อินทิราวังสาเป็นกษัติรย์องค์ที่ 2 ของปัตตานี ได้หันมานับถือศาสนาอิสลามและต่อมาเปลี่ยนพระนามเป็นสุลต่านอิสราเอล พระองค์เป็นผู้ทำให้อิสลามเผยแพร่กว้างขวางมากขึ้น ความสัมพันธ์ของไทยกับปัตตานีมีมาตั้งแต่อยุธยาบางครั้งเป็นมิตรบางครั้งก็ทำสงครามกัน จนถึงรัชกาลที่ 1 ปัตตานีตกเป็นเมืองประเทศราชและยึดปืนใหญ่นางพญาตานีมาไว้ที่กรุงเทพฯ ความสัมพันธ์กับชาวจีนก็มีมานาน มีเรื่องเล่าถึงลิ้มโต๊ะเคี่ยม บุรุษชาวจีนที่มาเป็นคหบดีของอาณาจักรปัตตานี ชื่อมุสลิมว่าโต๊ะอาโกะ เป็นผู้ควบคุมการสร้างปืนใหญ่นางพญาตานี เป็นพี่ชายของเจ้าแม่ลิ้มกอเนียว และภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร คือ ภาษามลายู-ปัตตานี แม้ปัจจุบันจะมีไทยกลางมาแทนที่บ้าง แต่ก็ยังใช้มลายู-ปัตตานีในการค้าขาย และนอกจากชาวมุสลิมจะใช้ คนจีน คนไทยเชื้อสายพุทธก็ใช้เช่นเดียวกัน นักวิชาการสกว.รศ.ดร.ครองชัย หัตถาได้วิจัยและศึกษาเรื่องราวของชุมชนชาวปัตตานีมองว่า ชุมชนปัตตานีให้ความสำคัญและมีความภูมิใจที่ได้รับรู้ประวัติศาสตร์ของตนเอง รวมถึงสถานที่สำคัญของท้องถิ่น ถ้ารัฐเข้าใจให้ความสำคัญและสัมผัสกับชุมชน ทำประวัติศาสตร์ไทยให้เชื่อมโยงให้เข้ากันได้กับท้องถิ่น ให้เกียรติ จะทำให้ประเทศมั่นคงมากขึ้น

 

Read more...