รากแก้วแห่งปัญญา ตอน ยุทธศาสตร์แก้วิกฤติชาติ

หลังปี 2540 ไทยต้องเสียตำแหน่งศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค ขาดทุนหลายแสนล้านบาทจนต้องรับความช่วยเหลือจาก IMF ก่อนหน้านี้ปี 2531 เศรษฐกิจไทยเติบโตสูงสุด ต่างชาติหลั่งไหลเข้าพร้อมเงินทุนมหาศาล ในขณะที่โครงสร้างภายในหลายด้าน ทั้งการเมือง ธุรกิจ กฎหมายและประชาชนยังไม่มีความพร้อม ดังนั้นกลางปี 2540 สถาบันการเงินหลายแห่งประสบปัญหา ต่างชาติถอนเงินคืน เศรษฐกิจไทยทรุดตัวอย่างรวดเร็ว ธุรกิจหลายแห่งเริ่มล้มละลาย สถาบันการเงินต้องให้ต่างชาติเข้าร่วมกิจการ คนตกงานหลายแสน เกิดหนี้สาธารณะมูลค่ามหาศาล รัฐบาลต้องออกกฎหมายหลายฉบับเพื่อให้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน เกิดการสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจของชาติ นักวิชาการจึงร่วมกำลังศึกษาวิเคราะห์และนำเสนอยุทธศาสตร์แก้วิกฤติแห่งชาติ เพื่อให้มีการแก้ปัญหาอย่างถูกจุดและพัฒนาอย่างถูกทิศทาง เน้นการเมืองภาคพลเมือง เจราจากับกลุ่มการค้าโลกเพื่อยืดเวลาการเปิดเสรีทางการค้าออกไป ทบทวนและยกเลิกกฎหมายที่เอื้ออำนวยให้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนในส่วนที่จะทำให้ไทยเสียเปรียบ ยกเลิกการขายธนาคาร รัฐวิสหกิจ และธุรกิจสาธารณูปโภคให้ต่างชาติ ปฏิรูปธนาคารแห่งประเทศไทยให้มีอิสระในการควบคุมการเคลื่อนไหวทางการเงิน ออกกฎหมายคุ้มครองเศรษฐกิจพื้นฐาน ให้เศรษฐกิจมหภาคเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และให้รัฐบาลต้องเปิดเผยแก่สาธารณะในเรื่องการกำหนดทิศทางทางเศรษฐกิจและพันธสัญญาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ส่งเสริมให้เกิดการต่อต้านคอรัปชั่น รณรงค์สร้างจิตสำนึก และผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นการแก้ไขวิกฤตแห่งชาติและส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

Related posts: