พันแสงรุ้ง ตอน ป่ากับวิถีแห่งชาติพันธุ์

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถบที่สูงเขตป่า ถูกเรียกกันว่า ชาวเขา นักวิจัยมองว่าคำว่าชาวเขามีนัยยะที่กีดกันทางสังคมแยกเรากับเขาออกจากกัน เป็นภาพด้านลบ โดยชาวชนเผ่าต้องการให้เรียกตนว่า ชนเผ่าพื้นเมือง โดยคำนี้จะครอบคลุมทุกกลุ่มชนเผ่าในประเทศ วันที่ 9 สิงหาคมเป็นวันชนเผ่าพื้นเมืองทั่วโลก และวันนี้ชนเผ่าพื้นเมืองทั่วประเทศจะมารวมกันทำกิจกรรมร่วมกัน พบปะพูดคุยกัน และบอกเล่าเรื่องราวของตน สิทธิ สัญชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกันกับป่าอย่างยั่งยืน ชนเผ่าพื้นเมืองมองว่าเขาใช้ทรัพยากรทีอยู่รอบตัวเขา จึงมีการรักษาป่า ด้วยเหตุนี้จึงมีการพัฒนาความคิดโดยใช้ระบบศีลธรรมเข้าไปกำกับการใช้ประโยชน์กับธรรมชาติ ทุกกลุ่มจะมีแนวคิดเรื่องป่าศักดิ์สิทธิ์ แม้ปัจจุบันพิธีกรรม ความเชื่อจะลดน้อยลงแต่ชาวบ้านชนเผ่าพื้นเมืองก็มีชุดความรู้และการจัดการทางสังคมใหม่มาประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์ป่า แต่คนเมืองจะมีแนวคิดการดึงเอาทรัพยากรจากหลายที่มาใช้ ดังนั้นแท้จริงแล้วคนเมืองควรจะมองให้ลึกลงไปว่าชนพื้นเมืองมีภูมิปัญญาที่ดีมากกว่าจะมองในแง่ลบ จะเห็นได้ว่าชาวบ้านมีความพยายามปรับตัวที่จะอยู่ร่วมกับทรัพยากรของตัวเอง ต้องการเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน และหาเครื่องมือใหม่เพื่อปรับใช้กับการดำเนินชีวิตของตนกับป่าอย่างยั่งยืน

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน ไทยทรงดำ

คนไท หรือ ไต มีการอาศัยอยู่บางส่วนของอินเดีย อุษาคเนย์ และบางส่วนของจีน ชาวไทมีหลายกลุ่ม ทั้ง ไทลื้อ ไทญวน ไทย้อ ไทดำ เป็นต้น ชาวไทยทรงดำหรือลาวโซ่ง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ดำรงเอกลักษณ์ของตนอย่างเครงครัดมากที่สุดกลุ่มนึง คนไทยทรงดำตั้งถิ่นฐานในประเทศเวียดนาม เมืองเดียนเปียนฟู และถูกกว้านต้อนมาไทยจากการทำสงครามมาอยู่ที่เมืองเพชรบุรี ในสมัยนั้นมีการทำสงครามกวาดต้อนผู้คนเพราะคนไทยยังมีจำนวนน้อย ต้องการแรงงานมาช่วยสู้รบและผลิตอาหาร ปัจจุบันมีคนไทยเชื้อสายไทยทรงดำมากว่า 2 ล้านคน มีการโยกย้ายกระจายไปในหลายๆพื้นที่ และได้ปรากฎภาพของคนไทยทรงดำในหลายๆพื้นที่ เช่น ภาพจิตรกรรมในวัดเกาะ จ.เพชรบุรี หรือการสร้างพระนครคีรี จ.เพชรบุรี ในบันทึกขุนนางลาวโซ่งและภาพถ่ายหอสมุทรดำรงราชานุภาพ มีการบันทึกถึงไทยทรงดำทำงานรับใช้ใกล้ชิดรัชกาลที่ 4-5 ในฐานะเด็กชา หรือ มหาดเล็กนั่นเอง 

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน ไทเขิน เชียงตุง-เชียงใหม่

ไทเขิน มีถิ่นกำเนิดที่เมืองเชียงตุง ประเทศพม่า ไทเขินในประเทศไทยอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือ ชาวไทเขินมีภาษา การแต่งกาย บ้านเรือน และความเชื่อเป็นเอกลักษณ์ของตน เชียงตุง เชียงใหม่ และล้านนามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน เมืองเชียงตุงมาอายุประมาณ 800 ปี เดิมเป็นพื้นที่คนลั๊วะ ต่อมาคนไทเข้าครอบครองเรียกว่า ไทขืนหรือไทเขิน มีที่มาจากแม่น้ำขืน ที่ไหลขึ้นทิศเหนือ ผู้คนแถบนั้นจึงเรียกตนเองว่า ไทขืนนั่นเอง เมืองเชียงตุงมักตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเมืองอื่นเป็นระยะ แม้แต่ช่วงพระเจ้ากาวิละเมืองเชียงใหม่ที่ก็ทำศึกกับเมืองเชียงตุงและกว้านต้อนไทเขินจำนวนมากมาเชียงใหม่ และในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลไทยยึดเชียงตุงอยู่ 3 ปีใช้ข้ออ้างทางประวัติศาสตร์และชาติพันธ์ประกาศว่าเชียงตุงเป็นเมืองหนึ่งของไทย แต่หลังสงครามโลกอังกฤษให้เอกราชแก่พม่า เชียงตุงถูกรวมกับพม่าภายใต้สนธิสัญญาปางหลวงที่ให้ชนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆเป็นรัฐอิสระ แต่ข้อตกลงดังกล่าวถูกรัฐบาลทหารพม่ายกเลิกกลายเป็นจ้อขัดแย้งจนถึงทุกวันนี้ เชียงตุงมีระบบเจ้าฟ้าถูกรัฐบาลทหารพม่ายกเลิก หอคำสัญลักษณ์ของเจ้าฟ้าถูกทำลาย เหลือเพียงตำหนักของพระญาติที่เหลือเป็นร่องรอย ทุกวันนี้มีกู่อัฐิเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุงปรากฏอยู่ที่เมืองเชียงตุง เครือญาติเจ้าฟ้ากระจัดกระจายไปยังเมืองต่างๆรวมทั้งเองไทย 

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน ญ้อท่าอุเทน

อัตลักษณ์ของไทญ้อ คือ กลุ่มคนตระกูลไทหรือไต กลุ่มคนดั้งเดิมบนดินแดนอุษาคเนย์อพยพจากเชียงรุ้งมาตามลุ่มแม่น้ำใหญ่ และอพยพเข้ามาที่ตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำโขงฝั่งไทย มีภาษาของตน เรียกว่า ภาษาญ้อ ซึ่งมีความไพเราะและน่าสนใจ เมื่อ 200 ปีก่อน คนญ้ออพยพมาจากแขวงคำเกิดคำม่วนในประเทศลาวเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นเมืองชัยสุดอุตมะบุรี ที่ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม แต่ต่อมาเกิดสงครามจึงได้มีการอพยพออกไปตั้งเมืองที่อ.โปงเลงใกล้ประเทศเวียดนาม และสุดท้ายได้ย้ายกลับมาตั้งถิ่นฐานที่อ.ท่าอุเทนอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ได้มีการกระจายตัวไปตั้งรกรากในหลายพื้นที่ เช่น กาฬสินธุ์ อุดรธานี มหาสารคาม หรือปราจีนบุรี ในปัจจุบันเมืองชัยสุดอุตะมะหลงเหลือร่องรอยเป็นวัดร้าง 3 แห่ง ได้แก่ วัดกลาง วัดสีบุญเรือง วัดยอดแก้ว คนญ้อยังใช้ภาษาของตนที่มีที่มาจากภาษาลาวเก่า มักใช้เป็นสระเออ เช่น ไปไส ในภาษาอีสาน เป็น ไปเผอ ในภาษาญ้อ คนญ้อท่าอุเทนมีความเชื่อเคารพสิงศักดิ์สิทธิ์ เรื่องเหนือธรรมชาติ นับถือผีฟ้า ผีเฮือน แต่ต่อมาความศรัทธาในศาสนาเข้ามาในวิถีชาวไทยญ้อจึงมีพิธีทำบุญข้าวพันก้อน มีการรวมตัวในวันสำคัญๆเสมอ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันแม้จะอยู่ต่างหมู่บ้านก็ตาม

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน จีนมุสลิมที่เชียงใหม่

ชาวไทยเชื้อจีนยูนนานที่นับถือศาสนาอิสลามในเมืองเชียงใหม่ อัตลักษณ์ที่น่าสนใจ ในตัวเมืองเชียงใหม่มีชุมชนอิสลาม 4 แห่ง แถบช้างคลานและช้างเผือก ส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดียบังกลาเทศและปากีสถาน ส่วนมุสลิมจีนยูนนานอาศัยแถบมัสยิดป่าฮ่อและมัดยิศย่านวัดเกต ร้อยกว่าปีที่แล้วมีการอพยพเข้ามาเชียงใหม่โดยชาวจีนที่เข้ามาค้าขาย ชาวจีนก๊กมินตั๋ง และชาวยูนนานที่ทนแรงกดดันในจีนไม่ไหว ซึ่งชาวจีนยูนนานที่อพยพมาบางส่วนนับถืออิสลาม แต่คนไทยกลับเรียกคนจีนที่เดินเท้ามาจากยูนนานว่าจีนฮ่อ ด้วยความเข้าใจผิดและเหมารวมว่าเป็นชาวจีนอิสลาม แต่แท้จริงแล้วคนจีนชาวใหญ่ในยูนนานเป็นจีนฮั่น และหลังการอพยพของวิถีจีนมุสลิมได้มีการปรับตัวให้เข้ากับสังคมใหม่บ้าง แต่ก็ยังอัตลักษณ์ของตนเองอยู่ จะพบได้จากอาหารการกิน การรวมตัวกันในช่วงเวลาะหมาดโดยเฉพาะวันศุกร์ ภาษาอาหรับที่อาจมีการเขียนหวัดและแปลกไปบ้าง คนจีนมุสลิมมีการส่งเสริมให้ลูกหลานร่ำเรียนอัลกุรอ่านไปพร้อมกับการเรียนเขียนอ่านภาษาจีน มีวิทยุชุมชนมุสลิม เป็นช่องทางในการสื่อสารกับพี่น้องชาวมุสลิมในเชียงใหม่ และเปิดช่องทางของตนเองกับผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือชุมชนวัดเกตที่มีชุมชนถึง 4 ชุมชนอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างปกติสุข มีการร่วมมือกันทั้งชุมชนมุสลิม คริสต์ ซิกส์ และพุทธ สิ่งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าหากกลุ่มคนเข้าใจถึงความชอบไม่ชอบของกันและกัน ปรับตัวให้เข้ากัน ก็จะไม่เกิดความขัดแย้งกันแต่ประการ

 

Read more...