พันแสงรุ้ง ตอน เกลอเขาเกลอเล

จังหวัดนครศรีธรรมราช มีกลุ่มคนหลายกลุ่มอาชีพ กลุ่มคนชาวสวน ชาวนา จนถึงกลุ่มคนประมงหรือชาวเล ทุกกลุ่มมีความสัมพันธ์ที่เป็นเครือข่ายผูกกันเป็นเกลอ เรียกว่า เกลอเขา เกลอเล เกลอนา ชาวเลส่วนใหญ่จะเป็นชาวมุสลิมดั้งเดิม ดำเนินชีวิตร่วมกันฉันท์มิตร พึ่งพาอาศัยกัน ชาวเลจะมีค่านิยมผูกมิตรเชื่อมความสัมพันธ์กับกลุ่มคนอื่นแบบความสัมพันธ์มากกว่าเพื่อน นั่นก็คือ เกลอ ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นยิ่งกว่าเพื่อนเกิดจากการเยี่ยมเยียน ช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนสิ่งที่ขาด ไปมาหาสู่ ยิ่งถ้าคนที่มีเกลอหลายกลุ่มเครือข่ายยิ่งแน่นเหนียว แม้ปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์ของเกลอเริ่มคลายลงไปบ้าง แต่เทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทโดยชาวเลนั้นมีการติดต่อกันทางวิทยุสื่อสารพูดคุยกันเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศไปจนถึงสารทุกข์สุกดิบ วิทยุสื่อสารจึงส่วนที่ทำให้ความสัมพันธ์เกลอนั้นไม่เคยหายไป จนมีการรวมกลุ่มเกลอเขา เกลอเลช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติเพราะตระหนักดีว่าต้องพึ่งพาอาศัยกันทั้งเขาทั้งทะเล เกลอเป็นการสะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาชาวใต้ที่อาชีพ ศาสนา ภูมิประเทศไม่ได้เป็นสิ่งขวางกันแต่กลับเกื้อกูลกัน

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน มอญลำพูน

มอญที่ลำพูนมีประวัติศาสตร์นับพันปีตอนนี้เหลือไม่ถึง 1,000คน เพราะโดนกลืนไปกับชาวยองและชาวโยนก ชุมชนมอญในลำพูนลงหลักปักฐานแถบแม่น้ำปิง มีวิถีวัฒนธรรมที่โดดเด่นหลายอย่าง มีการทำเทียนบูชาที่มีคาถาศักดิ์สิทธิ์ การทำข้าวเกรียบว่าวสูตรดั้งเดิมที่ใส่กะทิ และการทำขนมจีนซึ่งชาวมอญลำพูนเรียกว่า ฮะน่อม มีความเชื่อดั้งเดิมนับถือผีบรรพบุรุษ มอญถือเป็นชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ตั้งแต่ยุคหริภุญไชย แต่ยังไม่แน่ชัดว่ามอญลำพูนเป็นมอญที่อพยพมาหรือเป็นชนดั้งเดิมตั้งแต่หริภุญไชย แต่ชาวมอญลำพูนเชื่อว่าตนเป็นลูกหลานเจ้าแม่จามเทวี แต่ปัจจุบันความเป็นมอญของตนค่อยๆถูกกลืนไปโดยเฉพาะเรื่องภาษา มีความพยายามที่จะถ่ายทอดภาษามอญให้แก่เด็ก ๆ ให้วัดมีบทบาทสำคัญที่แสดงความเป็นมอญเพราะเป็นศูนย์รวมจิตใจและมีพิธีกรรมความเชื่อหลายอย่างที่สอดแทรกความเป็นมอญไว้ มีการสวดมนต์ด้วยภาษามอญ วินาทีนี้ยังมีเรื่องราวที่มีองค์ความรู้และอัตลักษณ์แบบมอญให้เรียนรู้อีกมากขอเพียงรู้คุณค่าและฟื้นฟูรักษาไว้

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน เพลงโคราช

คนโคราชกับเพลงโคราชผูกพันกันมานาน เป็นเพลงที่มีเกลักษณ์เฉพาะตัว มีสัมผัสนอกและใน เพลงโคราชนำมาเล่นในงานพิธีต่างๆ เล่นกันค่ำจนเช้าและมีการนำเพลงโคราชไปใช้แก้บนด้วย ไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเพลงโคราชเกิดเมื่อใดแต่สันนิษฐานว่ามีรากฐานมาจากเพลงก้อมที่เป็นเพลงร้องโต้ตอบระหว่างหญิงชาย แต่เพลงโคราชมีเสียงขับร้องไพเราะโดยไม่มีเครื่องดนตรี คำร้องมีความหมายและมีฉันทลักษณ์ ไม่ใช่แค่มโหรสพรื่นเริงแต่มีความหมายถึงวิถีชุมชนเพราะเพลงโคราชใช้ภาษาโคราชเท่านั้น คนร้องต้องมีความเชี่ยวชาญในเรื่องภาษา เข้าใจคำ เข้าใจความหมาย และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างมาก แต่ปัจจุบันครูเพลงและชุมชนมีความกังวลว่าคนรุ่นใหม่ไม่สืบทอดและเพลงจะกลายไป จึงมีการสอนเพลงโคราชในโรงเรียน พยายามปลูกฝังภาพลักษณ์ของเพลงโคราชให้เยาวชนรู้สึกรักและภูมิใจ

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน พลังแห่งศรัทธา

การเข้ามาของศาสนาคริสต์นิกายโปแตสแตนด์ในชนเผ่าปกาเกอะญอเริ่มจากการเผยแพร่ศาสนาโดยคณะแบ็บติสท์ใน ชุมชนปกาเกอะญอในประเทศพม่า และจึงเข้ามาในประเทศไทยโดยพี่น้องปกาเกอะญอชาวพม่านั่นเอง การเผยแพร่เริ่มจากการพบปะพูดคุย ด้วยการที่บทกลอนทามีการกล่าวถึงพระเจ้าอยู่แล้วทำให้ชาวปกากะญอเข้าใจความมีอยู่ของพระเจ้า ด้วยความเชื่อที่ใกล้เคียงกันโดยเคารพในอำนาจของพระเจ้าหรืออำนาจเหนือธรรมชาติทำให้ปกาเกอะญอยอมรับในศาสนาคริสต์ พี่น้องคริสเตียนชาวปกาเกอะญอเชื่อว่าพลังของพระเจ้าทำให้เขาผ่านชีวิตอันยากลำบากได้ บางคนเลิกสูบฝิ่น เลิกเหล้า บุหรี่ หันมาทำมาหากิน คริสเตียนปกาเกอะญอรุ่นใหม่ที่จากบ้านลงมาเรียนในเมืองก็ยังมีการรวมกลุ่มกันเพื่อพบปะพูดคุย ทำให้ยังมีการใช้ภาษาปกาเกอะญอและก่อให้เกิดพลังในความศรัทธาในศาสนาจนถึงทุกวันนี้

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน นิเวศวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำสายบุรี

พันแสงรุ้งในตอนนี้นำเสนอในเรื่องลุ่มแม่น้ำสายบุรีในแง่เขา ป่า นา พรุและทะเล ลุ่มแม่น้ำสายบุรีเป็นแม่น้ำสายสำคัญของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม่น้ำทางภาคใต้มีความพิเศษคือมีลักษณะสั้นแต่มีต้นน้ำหลายสายที่มีความลาดชั้นไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำสายหลัก ระหว่างพื้นที่ที่มีแม่น้ำไหลผ่านจะมีพรุกระจายอยู่รอบๆ แม้3จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากแต่ภายหลังเกิดการใช้ทรัพยากรจนเสื่อมโทรม เกิดอุทกภัยและเกิดปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ทำให้คนในชุมชนหวาดกลัว หวาดระแวง การพูดคุย ปรึกษษหารือ แสดงความคิดเห็นต่อกันจึงน้อยลง แม่น้ำสายบุรีได้รับการขนานนามว่าแม่น้ำทองคำ เกิดจากต้นน้ำบนภูเขาสันกาลาคีรีไหลผ่านเขตต้นที่สุคิริน จะแนะ เข้าสู่ศรีสาคร รือเสาะ บาเจาะ จากต้นน้ำมีน้ำสาขาไหลมาสมทบมากขึ้น เข้าสู่ยะลาที่ รามัน กะพ้อ และทุ่งยางแดง ไหลต่อมาที่ปลายน้ำที่ไม้แก่น สายบุรี และสู่อ่าวไทยในที่สุด จะเห็นได้ว่ามีชุมชนโดยรอบลุ่มน้ำสายบุรีมากมาย ป่าพรุแถบแม่น้ำเป็นที่พึ่งให้แก่ชุมชน พรุลานควายเป็นพรุที่มีระบบนิเวศที่พิเศษคล้ายทะเลสาบ ชาวบ้านอาศัยน้ำจากพรุทำนาทำในหน้าฝนที่มีน้ำมากตามธรรมชาติ เมื่อแม่น้ำไหลลงทะเลในแถบนั้นมีป่าชายหาด ช่วยปกป้องพื้นที่ ต้นไม้มีรูปทรงเป็นสามเหลี่ยม แต่ในระยะหลังป่าชายหาดถูกบุกรุก ทะเลเสื่อมโทรม ปลาจากธรรมชาติได้น้อย มีแต่ปลาจากกระชัง ชาวประมงหันมารับจ้างทำปลาแห้งส่งโรงงานขาดการพึ่งตนเอง แม่น้ำสายบุรีเริ่มมีการเปลี่ยนทิศทางปากแม่น้ำเคลื่อนไปแต่ยังมีร่องรอยประวัติศาสตร์ยังคงอยู่ในคนลุ่มแม่น้ำ

 

Read more...