พันแสงรุ้ง ตอน ประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ไทใหญ่

คนไตหรือไทใหญ่ มีอัตลักษณ์ความงาม วิถีชีวิตที่น่าสนใจ คนไทใหญ่อาศัยในดินแดนอินเดีย พม่า จีน ลาว และไทยซึ่งอาศัยมากแถบแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ชาวไทใหญ่มีอัตลักษณ์หลายด้าน ด้านเครื่องแต่งกาย ชายแต่งกายด้วยผ้าฝ้าย แขนยาว คอห่อ กระดุมผ่าหน้า มีผ้าโพกหัว หญิงสวมคอกลมแขนยาว มีสาบเสื้อด้านหน้า มีกระดุมขอด นุ่งผ้าซิ่มยาวกลอมเท้า ด้านสถาปัตยกรรม มีความนิยมสร้างวัดซึ่งมีรูปแบบที่ผสมผสานแบบพม่าแต่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ส่วนใหญ่เป็นทรงปราสาท หรือหลังคาซ้อนชั้น และด้านภาษา อักษรรับมาจากมอญโบราณพยัชญะ สระมาเพียง 18 ตัว ในช่วงกู้ชาติก็พัฒนาสระจนครบและต่อมาก็พัฒนาอักษรของตนได้อย่างสำเร็จสมบูรณ์ ไทใหญ่ในไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธจึงมีงานประเพณีบวชลูกแก้ว งานปอยจ่าตีหรืองานขนทรายเข้าวัดและถวายเจดีย์ทรายในวันวิสาขบูชา งานจองพาราที่ทำเจดีย์เพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้าในช่วงเทศกาลออกพรรษา จะเห็นได้ว่าคนไตมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ เป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ในอุษาคเนย์

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน การพัฒนาที่ชาวบ้านชอบและไม่ชอบในลุ่มน้ำสายบุรี

เรื่องราวของวิถีชีวิต วัฒนธรรมของผู้คนในลุ่มน้ำสายบุรี ลุ่มน้ำที่ประชากรที่อาศัยกว่า 93% นับถือศาสนาอิสลาม ความเชื่อหลักศาสนาที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น จากงานวิจัยของอาจารย์เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ทำให้ทราบว่างานพัฒนาชุมชนที่ผ่านมาชาวบ้านได้อะไร เสียอะไร การพัฒนาใดที่ชาวบ้านชอบ หรือไม่ชอบ และชาวบ้านต้องการอะไร ซึ่งจะส่งผลต่อการอยู่ร่วมกันของคนในลุ่มน้ำแห่งนี้

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน แรงงานมอญที่สมุทรสาคร

ชาวมอญจากประเทศพม่าจำนวนมากได้เข้ามาเป็นแรงงานในสมุทรสาครโดยเฉพาะแรงงานประมง ได้มีการศึกษาอัตลักษณ์ของแรงงานมอญในสมุทรสาครพบว่า ชาวมอญอยู่ท่ามกลางอคติทางชาติพันธุ์ ถูกคนภายนอกมองว่าเป็นชาติพม่า และมองในเชิงขัดแย้งว่าเป็นไทยกับพม่า และแรงงานชาวมอญถูกละเมิดสิทธิ์มากและต้องทำงานทุกชนิด ส่วนใหญ่อาศัยร่วมกันเป็นกลุ่มทุกครอบครัวมีหิ้งพระเสมอและยึดมั่นในพุทธศาสนา จากบ้านเกิดเมืองนอนมาไกลจะทุข์สุขอย่างไร คนมอญมีวัดเป็นที่พึ่งทางใจ แรงงานมอญมีการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อจะได้ปรับตัวและใช้ชีวิตในประเทศไทยได้ แต่ก็ให้ลูกหลานได้เรียนภาษามอญเพื่อได้รักษาภาษาของตน คนสมุทรสาครรู้ดีว่าเศรษฐกิจของตนขับเคลื่อนไปได้เพราะแรงงานพลัดถิ่นและต้องทำอย่างไรถึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน จ้าดไต มหรสพแห่งความสุข

จ้าดไต คิดค้นขึ้นในปี 2486 โดยพ่อเฒ่าออเจยะจากเมืองสีป้อภาคเหนือของรัฐฉาน หยิบเอาเครื่องดนตรีจากไตมาใช้ เป็นศิลปะของไทยใหญ่ที่รวบรวมศิลปะหลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งดนตรี ท่ารำ บทเพลง เวที ฉาก เป็นศิลปะบันเทิงที่อยู่เคียงข้างชาวไทยใหญ่ทั้งทุกข์ สุข เศร้า มีรูปแบบการแสดงอิสระ ทั้งรำ ละคร ร้องเพลง แตกต่างไปแต่ละงาน จ้าดไตในปัจจุบันยังได้รับความนิยม ผู้คนสามารถเขียนไปขอเพลงเพื่อแทนความรู้สึกของตนในขณะนั้นได้ในอดีตเมื่อพม่าสู้รบกับกองกำลังกู้ชาติชาวไทยใหญ่ ชาวบ้านรัฐฉานได้อพยพมาเมืองไทยแถบแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่มีกองบัญชาการที่บ้านเปียงหลวง จ.เชียงใหม่ และได้มีการเชิญคณะจ้าดไตมาให้ความบันเทิงที่บ้านเปียงหลวง เป็นจุดเริ่มต้นคณะจ้าดไตที่ประเทศไทยและสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ จ้าดไตเป็นการดำรงอัตลักษณ์ของตน เป็นศูนย์รวมของคนไทยใหญ่ เป็นแหล่งบอกข่าว และเป็นเครื่องมือการต่อสู้ทางวัฒนธรรมที่กองทัพไทยใหญ่ให้ความสำคัญ และจ้าดไตยังคงมีลมหายใจ มีความรักความภาคภูมิใจในศิลปะของชนชาติตนเอง

 

Read more...

พันแสงรุ้ง ตอน ผู้ลี้ภัยกะเหรี่ยง

การสู้รบระหว่างพม่ากับกองกำลังรัฐชาวกะเหรี่ยงยาวนานมากว่า 60 ปี เริ่มแรกรัฐกะเหรี่ยงได้ต่อสู้เพื่อปลดแอกจากพม่าโดยกองกำลัง KNU ต่อมา KNU บางส่วนออกมาตั้งเป็น DKBN และเข้าร่วมกับพม่า ส่งผลให้ชาติพันธุ์เดียวกันต้องรบกันเองและต้องรบกับพม่าด้วย จากเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้มีผู้หลบหนีสงครามลี้ภัยมายังประเทศไทยมาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวรอการส่งตัวประเทศที่สาม หรือรอส่งกลับประเทศเมื่อสถานการณ์สงบ มีกะเหรี่ยงหลายเผ่า หลากหลายศาสนา ภายใต้การดูแลของ UN ที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องปัจจัยพื้นฐาน โดยไทยให้พื้นที่อาศัย ภายในศูนย์มีโรงเรียน ศาสนสถาน ตลาด และชุมชน แต่จากการรอในศูนย์พักพิงมายาวนาน ผู้ลี้ภัยต้องอยู่ในพื้นที่จำกัดรวมถึงอาหาร และยังมีการจัดการที่ไม่ดีนัก ส่งผลให้มีข้อขัดแย้งกับกะเหรี่ยงเชื้อสายไทยในพื้นที่ และ UN ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุว่าทำไมเขาจึงจากมา ถึงแม้กระนั้นผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงยังคงอัตลักษณ์ของตนไว้อย่างเหนียวแน่น มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ได้เข้าไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านทางดนตรี รวมไปถึงข้อคิด สติสอนใจผ่านทางบทเพลงด้วย โดยเครื่องดนตรีของกะเหรี่ยงที่นิยมใช้ คือ เตหน่า คะนา และซอตรู นับเป็นการเชื่อมต่อวัฒนธรรม เป็นการรักษามรดกวัฒนธรรมให้ยั่งยืน

 

Read more...