สารคดีงานวิจัย ตอน แนะนำโครงการ LLEN

LLEN ย่อมาจาก Local Learning Enrichment Network  หรือ ชุดโครงการวิจัยและพัฒนาเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้ LLEN เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาของไทย เพราะด้วยโลกปัจจุบัน ทักษะที่จำเป็นต้องให้แก่เด็กนั้นไม่เพียงพอ และความรู้เหล่านั้นกว้างเกินกว่าที่ห้องเรียนจะให้แก่เยาวชนได้ สกว.ร่วมกับสพฐ.พัฒนาเครือข่ายเชิงพื้นที่ให้เข้ามาช่วยเสริมความรู้แก่เยาวชนโดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัย 15 แห่งเป็นแกนหลักในบริหารจัดการความร่วมมือทดลองร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ 10-30 แห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก ผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต่างๆที่เหมาะสมโดยเน้นด้านพัฒนาการของเด็ก ให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ประสานเครือข่ายที่เป็นทุนบุคลากรทั้งภายในภายนอกมหาวิทยาลัย ทุกองค์กรในพื้นที รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น เชื่อมโยงความรู้โดยใช้ทุนในพื้นที่ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชน จากเดิมที่โรงเรียนอยู่อย่างโดดเดี่ยวเมื่อมีการร่วมมือจากทุกฝ่ายส่งผลให้เด็กมีผลการเรียนดีขึ้น มีทักษะชีวิตที่ดีขึ้น LLENเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่ามหาวิทยาลัยในท้องถิ่นมีศักยภาพ แต่ความท้าทายต่อไปคือการดึงทรัพยากรเข้ามาและมีการจัดการที่ต่อเนื่องและเป็นระบบจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์พลังจัดการที่มหาวิทยาลัยควรมี ซึ่งจะส่งผลให้ชุมชนมีสุขได้อย่างยืนยาว

 

Read more...

สารคดีงานวิจัย เรื่อง กะปิเยาะห์ ศึกษาปัญหา สร้างศรัทธา พัฒนาสู่เครือข่าย

ตำบลกามิยอ จังหวัดปัตตานี เป็นชุมชนพื้นเมืองมุสลิมที่มีประวติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี แต่สภาพพื้นดินเป็นดินเค็มทำให้ไม่สามารถยึดอาชีพเกษตรเป็นอาชีพหลัก ต่อมามีผู้นำความรู้เรื่องการเย็บหมวกกะปิเยาะห์มาเผยแพร่ให้แก่ชาวบ้าน ชาวบ้านเกือบทั่วตำบลจึงประกอบอาชีพทำหมวกมาแต่นั้น จนเกิดปัญหาตัดราคา โดนพ่อค้าคนกลางกดราคา และถูกโกง  กศน.จังหวัดปัตตานีกับศูนย์การวิจัยท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่างจึงนำงานวิจัยเข้ามาช่วยการแก้ปัญหานี้โดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม เป็นผู้ลงมือทำการวิจัยมีนักวิจัยเป็นพี่เลี้ยง ชาวบ้านเกิดการรวมกลุ่มระดมทุนจัดตั้งร้านค้าจำหน่ายวัสดุการทำหมวกที่ราคาถูกว่า มีการคืนเงินปันผลในรูปแบบสหกรณ์ ส่งหมวกไปยังขายโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จนเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกว่าหมวกมีคุณภาพ จากงานวิจัยนี้ชาวบ้านบางคนได้พัฒนาเป็นวิทยากรท้องถิ่น และเป็นตัวอย่างให้ท้องถิ่นอื่น ๆ ต่อไป

 

Read more...

สารคดีงานวิจัย เรื่อง สองทศวรรษ วิวัฒนาการสกว.

สกว.ตั้งขึ้นในปี 2535 เป็นกองทุนเพื่อสนับสนุนงานวิจัยทุกสาขารวมไปถึงเพื่อท้องถิ่น เป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระทั้งการบริหารและการเงิน มีคณะกรรมการ 2 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการมอบนโยบายและคณะกรรมการประเมินผลที่มีอำนาจเท่าเทียมกัน เป็นที่แน่ใจว่านโยบายได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้องครบถ้วนไม่ นอกจากนี้สกว.เป็นหน่วยงานที่ไม่ทำวิจัยเอง จึงไม่มีปัญหาการแจกทุนเองในหน่วยงาน เริ่มแรกสกว.สร้างวิธีการจัดการงานวิจัยที่เป็นภาพใหญ่ของประเทศและชุดโครงการซึ่งกลายเป็นจุดแข็งของสกว.มาจนทุกวันนี้ ต่อมาสกว.ปรับบทบาทให้ทุนวิจัยที่เริ่มจากความต้องการของผู้ใช้ และให้มีการวิจัยร่วมกับผู้ใช้พัฒนาร่วมกัน มีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการนำงานวิจัยเข้าไปพื้นที่ เกิดงานวิจัยท้องถิ่นขึ้น และหันมาเน้นให้ภาคธุรกิจเข้ามาร่วมทุนในงานวิจัยของหน่วยงาน สร้างนักวิจัยระดับปริญญาโทและปริญญาเอกได้งานวิจัยที่เป็นโจทย์จากภาคธุรกิจ เกิดผลงานที่หลากหลาย สำหรับ20 ปี ของสกว. ได้ก่อให้เกิดโครงการวิจัยที่มีคุณค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการวิจัยและพัฒนาอากาศยานโดยไร้คนขับ โครงการเสื้อเกราะกันกระสุน โครงการ innovative house โครงการไหมอีรี่ โครงการศึกษาด้านรัฐธรรมนูญที่เป็นพื้นฐานของการร่วงรัฐธรรมนูญ ปี 2540 งานวิจัยทางด้านการสื่อสารที่ผลักดันให้เกิด ThaiPBS หรือ กสทช.  โครงการงานวิจัยแห่งชาติ:ยางพารา โครงการเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ (ABC) โครงการปริญญาเอกกาญจนภิเษก และโครงการเมธีอาวุโส เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างกระบวนการทางปัญญาที่เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของสกว. และด้วยงานวิจัยไม่มีความสิ้นสุด ยังมีโจทย์ใหม่ๆที่สกว.ต้องสร้างความรู้ให้ประเทศเพื่อให้สามารถปรับตัวและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นต่อไป

 

Read more...

สารคดีงานวิจัย ตอน ทุนเมธีวิจัยอาวุโสและทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สกว.

ทุนเมธีวิจัยอาวุโสและทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่นของสกว.เกิดขึ้นเพราะต้องการมอบให้นักวิจัยชั้นเยี่ยม เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่นักวิจัยรุ่นใหม่ เป็นคุรุที่จุดประกายเพื่อให้เกิดการระเบิดจากข้างใน ทุนที่ได้มอบรางวัล เช่น เครื่องอบข้าวเปลือกแบบฟลูอิไดซเบดจากเตาเผาแกลบแบบไซโคลน ของดร.สมชาติ โสภณรณฤทธิ์ ที่เปลี่ยนความรู้เชิงวิชาการพื้นฐานเป็นนวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ไทยและระดับ เพื่อสนับสนุนให้มีวิจัยแบบต่อเนื่องของการวิจัยแบบมุ่งเป้า ทุกสัปดาห์อ.สมชาติและนักวิจัยต่างรุ่นต่างสาขาจะมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อสร้างความรู้ใหม่ หรืองานทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการปริทรรศน์ประวัติศาสตร์และอารยธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือกฎหมายตราสามดวง ซึ่งเป็นกฎหมายไทยในฐานะมรดกโลก ของดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร ซึ่งทุกเดือนนักวิจัยสายประวัติศาสตร์จะมาประชุมพร้อมกัน ต่างนำผลึกความคิดจากการค้นคว้ามาวิเคราะห์ วิพากษ์ โต้แย้ง เกิดความรู้ใหม่ที่เบ่งบาน นักวิจัยในทีมเป็นทั้งลูกทีมเป็นทั้งลูกศิษย์ เป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการฝึกฝนจากครูที่เป็นเมธีวิจัยอาวุโส ชุดความรู้นี้เกิดการต่อยอดจากนักวิจัยรุ่นใหม่เป็นโครงการแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการจัดการมรดกโลก ที่นำพระปรางวัดมหาธาตุแปลงทุนความรู้ให้เป็นสื่อการท่องเที่ยวให้แก่ท้องถิ่น โดยเป้าหมายคือนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามารับความรู้ ส่วนผลงานวิจัยในสายวิทยาศาสตร์ ของศ.(เกียรติคุณ)ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันวิทยา ที่มีผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับระดับโลกเกือบ 200 เรื่อง ผลงานของดร.วันเพ็ญเป็นคุณูปการที่สร้างไว้ให้แก่โลก เกิดงานวิจัยสร้างสรรค์ที่ทรงคุณค่าและนักวิจัยรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ เป็นการสร้างคนสร้างงานวิจัย พัฒนาประเทศให้ยั่งยืนสืบไป

 

Read more...

สารคดีงานวิจัย เรื่อง วิทยาศาสตร์ท้องถิ่น...เส้นทางสู่ครูผู้สร้าง

ทศวรรษที่ผ่านมาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด โครงการวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นจึงเกิดขึ้นในปี 2544 เพื่อค้นหากระบวนการเรียนรู้ และองค์ความรู้แบบองค์รวม ประสานเอาสิ่งที่ดีอยู่ทั้งวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยทำงานร่วมกับครูที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 คน ทั่วทุกภาคของประเทศ  หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือจะทำอย่างไรให้ครูสามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง โดยใช้กระบวนการวิจัยเป็นเครื่องมือ

 

Read more...